สามเณรปากพร่อย ประสบการณ์สุดผวาจากผู้เขียน
เรื่องเล่าสยอง admin  

สามเณรปากพร่อย ประสบการณ์สุดผวาจากผู้เขียน

สำหรับใครหลาย ๆ คนอาจเคยพบเจอประสบการณ์หลอนมาหลายรูปแบบ อาจจะทั้งการประสบพบเจอด้วยตัวเองหรือฟังจากเรื่องเล่าของคนใกล้ชิดและสื่อต่าง ๆ แต่สำหรับเรื่องที่จะเล่าในวันนี้เป็นประสบการณ์ตรงจากผู้เขียนเอง ถ้าหากพร้อมแล้วตามไปขนลุกพร้อมกันเลย กับเรื่อง สามเณรปากพร่อย ประสบการณ์สุดผวาจากผู้เขียน ที่ storykao.com ได้เลยค่ะ

สามเณรปากพร่อย ประสบการณ์สุดผวาจากผู้เขียน

สามเณรปากพร่อย

                เรื่องนี้เป็นประสบการณ์ตรงจากผู้เขียนเอง ซึ่งเรื่องนี้เกิดขึ้นมาเมื่อตอนผู้เขียนอายุ 10 ปี โดยผู้เขียนเป็นคนภาคอีสาน และอาศัยอยู่พื้นที่เขตบ้านนอกในยุคนั้น ซึ่งในตอนนั้นผมเองเรียนอยู่ชั้น ป.4 และหลังจจากปิดภาคเรียนผมได้ตัดสินใจจะบวชภาคฤดูร้านในวัดแห่งหนึ่ง

วัดแห่งนี้เป็นวัดที่อยู่ในเขตหมู่บ้าน หลังจากที่ผมได้เข้าบวชเป็นสามเณรในวัด ซึ่งตอนนั้นมีพระในวัดอยู่ 3 องค์ และผมเองเป็นสามเณรเพียงคนเดียวในวัด ซึ่งวัดนี้เป็นวัดที่อยู่ในเขตพื้นที่บ้านนอก ก็เลยยังมีการฝังศพผู้เสียชีวิตจากการตายผิดปกติหรือที่เรียกกันว่าตายโหงอยู่ในบริเวณวัด ก็เลยมีเรื่องเล่าหลอนต่าง ๆ นา ๆ พาชวนขนลุกอยู่เรื่อยทั้งจากชาวบ้านและพระลูกวัดในวัดนั้นเอง

(วัดหลอน)

(วัดหลอน)

ผมที่บวชวันแรกก็โดนรับน้องด้วยการให้นอนที่กุฏิข้างเมรุเผาศพและรายล้อมไปด้วยหลุมฝังศพของคนที่ตายโหง และเจดีที่บรรจุกระดูกคนตาย ด้วยผมเป็นคนที่ไม่กลัวผมก็ได้อาศัยและจำวัดอยู่ที่กุฏินั้นมา และหลังจากนั้นเรื่องหลอน ๆ ก็เริ่มเกิดขึ้น จากผู้คนขายของมาเล่าเรื่องหลอนให้ผมฟัง

(ป่าช้า)

(ป่าช้า)

เนื่องจากสมัยก่อนจะมีรถขายของเร่และมาขออาศัยนอนตามวัด และนอนที่ศาลาพักศพเพื่อจะได้ไม่เสียเงินไปนอนตามโรงแรมหรือรีสอร์ทเป็นการลดค่าใช้จ่าย และทุกคนที่มาพักต่างก็มีเรื่องเล่าหลอนมาเล่าให้สามเณรอย่างผมฟังทุกคน ซึ่งวันนั้นผมได้จำวัดอยู่บนกุฏิหลังจากทำวัดเสร็จ ได้มีรถขายเร่คันหนึ่งเข้ามาขออนุญาติทางเจ้าอาวาสพักนอนที่วัดและนอนที่บริเวณของศาลาพักศพ ซึ่งเป็นสองผัวเมียที่มาช่วยกันขายของ

หลังจากที่จำวัดได้เป็นเวลาประมาณตี 2 ได้มีคนมาเคาะที่ประตูกุฏิของผม ซึ่งเคาะด้วยความลุกลี้ลุกลน หลังจากผมลุกขึ้นและเดินไปเปิดประตู ก็ได้พบคนสองคนที่มาขออาศัยพักที่วัดนั้นอยู่หน้าประตูและมีท่าทางที่ดูผิดปกติด้วยท่าทางตื่นกลัว พวกเขากล่าวกับผมว่า “ เณรน้อย ผมขออนุญาตลาเดินทางต่อก่อนนะครับ ผมฝากเณรบอกเจ้าอาวาสด้วยนะครับ ” แล้วหลังจากนั้นเขาก็พากันขับรถออกไปจากวัดทันที ผมก็ได้แต่สงสัย และคิดไปว่าเขาคงเตรียมตัวไปตั้งร้านขายของกันแต่เช้า แล้วผมก็กลับมาจำวัดต่อ

วัด

(วัด)

และหลังจากนั้นไม่กี่วันก็ได้มีคนขายเร่ซึ่งมาขออาศัยที่วัดอีก พวกเขานำเต็นท์มากางที่บริเวณศาลลาพักศพ และหลังจากนั้นก็เกิดเหตุการณ์ประหลาดขึ้นอีกครั้งในช่วงเวลาประมาณตี 1 กว่า ๆ ก็ได้มีเสียงคนมาเคาะประตูกุฏิของผมเหมือนเดิม และผมก็ไปเปิดก็พบว่าเป็นผู้ที่มาขออาศัยวัดนั้นมาด้วยท่าทีหวาดกลัวเหมือนเดิมและบอกกับผมว่า “ เณรครับ ผมโดนผีหลอก ผมนอนที่ศาลาไม่ได้เลย ผมขอนนอนใต้กุฏิเณรนะครับ ”

ผมเห็นดังนั้นก็พูดไปว่าผีอะไรไม่มีจริงหรอก ผมจำวัดอยู่นี่มาเป็นอาทิตย์แล้วยังไม่เคยเจอผีซักตัว ผมกล่าวไปด้วยความที่ไม่กลัวและไม่เชื่อในสิ่งลี้ลับ และความซนของเด็กคนหนึ่ง แล้วก็หัวเราะ แล้วผมก็กล่าวต่อว่า เพื่อความสบายใจก็ให้พวกโยมย้ายเต็นท์มานอนใต้กุฏิก็ได้ พวกเขาก็ไม่รอช้ารีบไปลากเต็นท์มานอนที่ใต้กุฏิของผม ซึ่งกุฏิของผมเป็นกุฏิไม้ยกสูงมีชานด้านล่างซึ่งเป็นกุฏิสมัยเก่าที่มีการสร้างมานานแล้วกว่า 30 ปี แต่ที่ที่มากไปกว่านั้นคือใต้กุฏิของผมนั้นจะมีโรงศพที่หลังจากใส่ศพ ทำพิธีฌาปนกิจ และล้างทำความสะอาดเรียบร้อยแล้วถูกนำมาเก็บไว้ด้านล่างและคลุมผ้าไว้มิดชิดเป็นอย่างดี และสงสัยว่าทางผู้มาพักอาจจะไม่ได้สังเกตด้วยความตื่นกลัว

(กุฏิไม้เก่า)

(กุฏิไม้เก่า)

พอรุ่งเช้าผมต้องตื่นมาทำวัดเช้าและออกบิณฑบาต ก็ได้ลงมาถามพวกเขาและขาก็ได้เล่าเรื่องราวที่ได้พบเจอให้ฟังใจความว่า ขณะพวกเขากำลังนอนอยู่นั้นได้ยินเสียงกระแอมของผู้ชายแก่คนหนึ่งเขาเลยคุยกันว่าดึกดื่นขนาดนี้ใครจะมาอยู่แถวนี้กัน และเขาก็ชะโงกหน้าออกจากเต็นท์เพื่อสอดส่องหาต้นตอของเสียงแต่กับไม่พบเจออะไร พวกเขาเลยตัดสินใจนอนต่อ หลังจากที่พวกเขาหลับไปได้ไม่นานพวกเขารู้สึกว่ามีคนมาเดินรอบเต็นท์แต่ก็คิดว่าเป็นพระในวัดมาเดินดูความเรียบร้อยหรือเปล่า พวกเขาเห็นเงาตะคุ่ม ๆ จากไฟหรี่ ๆ ที่เปิดไว้หน้ากุฏิของผม ทันใดนั้นพวกเขาก็ได้ยินเสียงกระแอมอีกรอบ เลยตัวสินใจเปิดเต็นท์ออกมาเพื่อจะอกอมาพูดคุยกับคนที่อยู่ด้านนอกแต่กับไม่พบเจออะไรเขาก็คิดว่าท่านคงกลับไปแล้ว แต่เหตุไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อพวกเขานอนต่ออีกรอบและยังหลับไม่สนิท เขาก็เห็นว่ามีเงาคนได้เดินรอบเต็นท์อีกครั้ง เลยคิดไปว่าเป็นโจรก็เลยรีบพรวดออกไปจากเต็นท์ก็ได้พบกับร่าง ๆ หนึ่งที่เป็นชายแก่ ในสภาพท้องเละเหวอะมีไส้ทะลักออกมาและมีกลิ่นเหม็นสาบตามมาเขากระแอมและหันมาสะแยะยิ้มให้พวกเขา ทันใดนั้นเขาก็รู้เลยว่านั่นไม่ใช่คนแน่นอนจึงรีบพากันกรูไปที่กุฏิของผม

(คนแก่ยิ้ม)

(คนแก่ยิ้ม)

ผมได้ยินเช่นนั้นก็ขนลุกแต่ก็ยังไม่เชื่อ ด้วยความซนผมก็เลยได้พูดท้าทายไปว่า “ ถ้าผีมีจริงก็ลองมาหลอกผมดู มันไม่มีจริง หรอกผี ถ้ามีผมจะโดดขี่คอเลย ” ผมกล่าวต่อว่า “พวกท่านกลัวผีหรือ พวกท่านควรจะกลัวโรงศพที่พวกท่านนอนอยู่ด้วยทั้งคืนนะ” แล้วผมก็หัวเราะ แล้วผมก็เดินไปรวมกับกลุ่มพระในวัดและออกบิณฑบาตทั้งที่ไม่รู้ว่าพวกเขาจะรู้สึกยังไงที่นอนกับโรงศพ และหลังจากเสร็จกิจต่าง ๆ ผมก็ได้กลับกุฏิและจำวัด

แต่เหตุไม่คาดฝันที่ผมไม่คิดว่าจะเป็นก็ได้เกิดขึ้นกับผม เมื่อผมจำวัดและตกอยู่ในความฝันซึ่งเหมือนในเหตุการณ์จริงมาก ผมฝันว่าได้ยินเสียงเคาะประตูกุฏิอีกครั้งแบบช้า ๆ ด้วยความที่ฝันที่แปลกมาก ผมเผลอพูดออกไปว่าเข้ามาเลยครับประตูไม่ได้ล็อค ซึ่งผมไม่รู้ตัวเลยว่าคิดอะไรอยู่กันแน่ ทันใดนั้นก็มีชายแก่มายืนที่ปลายเท้าของผมแล้ว เขาเอ่ยปากถามผมว่า อยากเจอไม่ใช่หรือ ผมได้แต่งงจึงตอบกลับไปว่าลุงเป็นใครครับ ทันใดนั้นร่างของเขาก็ได้มานอนชิดที่ตัวของผมแล้วตอบผมว่าก็คนที่เณรอยากเจอไง และในตอนนั้นผมรู้สึกว่าตัวเองไม่สามารถขยับตัวได้และอึดอัดขึ้นเรื่อย ๆ ผมก็ได้นึกถึงคำที่ตัวเองกล่าวกับคนที่มาขอพักอาศัยที่วัดไปตอนเช้าผมก็ขนลุกขึ้นมาทันใด แล้วลุงก็เริ่มหัวเราะทั้ง ๆ ที่ปากของเขาไม่ขยับแม้แต่น้อย ในตอนนั้นจากสามเณรที่ไม่เคยกลัวผีกลับกลายเป็นว่ารู้สึกว่าตัวเองอยากจะร้องไห้และขนลุกกราวไปทั้งตัว

(เงา)

(เงา)

ผมรู้สึกแล้วว่ามันไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ และรวมไปถึงการรู้สึกว่าเขาจะไม่มาดี ผมกลัวแค่ว่าผมตื่นขึ้นมาผมจะเห็นร่างตัวเองยังอยู่บนที่นอนอยู่ ผมจึงเริ่มสวดบทสวดทุกบทที่ตัวเองสวดได้เพื่อไล่ให้ลุงหายไปและผมตื่นขึ้นมาซักที แต่นั่นมันทำให้ลุงหัวเราะหนักและถี่ขึ้นมากกว่าเดิม จนผมคิดว่าตัวเองต้องตายแน่ ๆ จึงพูดกล่าวขอโทษลุงที่ท้าทายไปด้วยความซนของเด็ก และความปากเสียพร้อมกับบอกกล่าวไปว่าจะทำบุญอุทิศให้ ไม่นานเสียงหัวเราะก็หายไป และผมก็ตื่นขึ้นมาในตอนที่เจ้าอาวาสมาเรียกผมที่หน้ากุฏิเพื่อให้ไปทำวัดเช้า ผมที่ตื่นกลัวได้วิ่งพรวดออกไปจากกุฏิและเข้าไปกอดเจ้าอาวาสด้วยความกลัวพร้อมกับน้ำตาซึมแล้วบอกท่านว่าผมโดนผีหลอก ผมโดนผีหลอก เจ้าอาวาสก็เลยปลอบแล้วพาไปที่กุฏิของท่านและเล่าเรื่องความฝันให้ท่านฟัง

พอท่านเจ้าอาวาสท่านได้ฟังจบก็ชี้ไปทางรูป ๆ หนึ่งให้ผมดู แล้วกล่าวว่า ใช่คนนี้ไหม ผมหันไปดูพร้อมกับอึ้ง ผมรู้สึกชาไปทั้งตัวแล้วตอบว่าใช่ครับ ใช่คนในรูปเลย ท่านจึงเล่าว่า ลุงแกเคยอาศัยอยู่ที่วัด กินนอนที่วัด ช่วยทางวัดทำงาน จนทางเจ้าอาวาสให้ช่วยงานเป็นสัปเหร่อที่วัด แกเป็นคนเฮฮาร่าเริง ชอบแก้งเด็กแกล้งคนที่มาวัด แต่เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นกับแก คือแกจะออกไปซื้อยาบรรเทาอาการปวดหัวของแกที่เป็นอยู่ประจำที่ร้านยาในหมู่บ้าน จึงต้องข้ามถนน สายตาแกไม่ค่อยจะดีบวกกับเป็นเวลาใกล้ค่ำ แกเดินข้ามถนนแบบไม่ทันได้มองรถ เลยโดนรถขนซุงทับร่างอยู่บริเวณหน้าวัดและลากร่างแกไปกว่า 300 เมตร ทำให้ร่างแกขาดเป็นสองท่อนเสียชีวิต และทางวัดก็ได้นำร่างแกมาทำพิธีที่วัดและฝังร่างไว้ในบริเวณใกล้เมรุของวัด ผมได้ยินเช่นนั้นจากที่กลัวผมกับสงสารและหดหู่มากจึงได้พูดกล่าวขอโทษที่ลบหลู่ต่อหน้ารูปของแก เพราะด้วยความปากเสียของผมเองแท้ ๆ และหลังจากนั้นเวลาทำบุญแผ่เมตรตาผมก็ได้นึกถึงคุณลุงมาตลอด และผมก็ไม่พบเจอหรือฝันถึงคุณลุงอีกเลย

เรื่องนี้เป็นเรื่องหนึ่งที่ทำให้ผมรู้สึกหวาดกลัวและขนลุกมากเรื่องหนึ่ง และเรื่องนี้สอนให้ผมรู้ว่าไม่ควรปากเสียหรือพูดไม่คิดในที่ที่ไม่เหมาะหรือไม่ควร เรื่องลี้ลับจริงไม่จริงอยู่ที่วิจารณญาณของแต่ละคน แต่….ถ้าหากไม่เชื่อ อย่าได้ลบหลู่

แนะนำบทความที่น่าสนใจ

กิจกรรมที่พิสูจน์ความแข็งแรงของร่างกายและจิตใจ มีหลายรูปแบบด้วยกัน แต่ที่นิยมกันอย่างมาก และได้รับการยอมรับโดยทั่วกัน ต้องยกมให้การ “เดินป่า” การเดินสัมผัสธรรมชาติ สำหรับวันนี้เราได้รวมรวบ 4 เส้นทางธรรมชาติที่นิยมในไทย มาให้ได้หาข้อมูลเพื่อเตรียมตัวจัดกระเป๋าไปพักผ่อนและสัมผัสกับธรรมชาติ

4 เส้นทางธรรมชาติที่นิยมในไทย
4 เส้นทางธรรมชาติที่นิยมในไทย